THE ID NEWS

ID 3, IA 31

รุ่น 3 SHOP 5 เราเจอกันในปี ๒๕๓๙

ตอนที่ไอ้บอลบอกให้เขียนบทความนี้ เราไล่ถามกันในไลน์กรุ๊ปตกลงเรารุ่นอะไรวะ แล้วจะใช้ชื่อว่าอะไรกันดี ID ย่อมาจาก Industrial Design อันเป็นชื่อเอกออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เราเรียน หรือ IA ย่อมาจากอะไรสักอย่างจำได้ลางๆ ว่ามันคือการรวมกันของ ออกแบบผลิตภัณฑ์ กับ อุตสาหกรรมศิลป์ เพราะว่าเรารับน้องร่วมกันมาคือ ID กับ IA มันจะตามด้วยลำดับรุ่นที่ต่างกัน ถ้าเป็น ID เราน่าจะเป็นรุ่น 3 ถ้าเป็น IA มันก็จะเป็นตำนานหน่อยๆ คือรุ่น 31 เอาล่ะ จะเป็นรุ่นไหนก็ข่างแมร่ง!เหอะ เอาเป็นว่าเราต่างก็มีรหัสนักศึกษาที่ขึ้นต้นด้วย 39 ซึ่งหมายถึงปี 2539 สำหรับพวกเรามันคือปีที่ฝนตกขี้หมูไหล…

หน้าตึกอธิการฯ

วันที่เราเห็นชื่อตัวเองบนบอร์ดแล้วถูกรุ่นพี่เรียกให้ไปรวมๆ กันข้างๆ ตึกนั่นคือวันแรกที่ได้เห็นหน้าเพื่อนที่จะได้เรียนด้วยกัน 4-5 ปีเชียวนะ
แต่ให้ตายเหอะ วันนั้น มีเพื่อนอยู่คนเดียวที่โดดเด่นในความทรงจำ ผู้หญิงผิวขาว ปากชมพู ตาโต ผมสั้น ใส่เสื้อเชิ้ตลายสก็อต หน้าตาแม่งเด้งออกมาจากหมู่ว่าที่เพื่อนฝูงที่มีแต่ผู้ชายหน้าโจรจริงๆ หลังจากนั้นเราก็ได้เจอเพื่อนเพิ่ม ออกแบบผลิตภัณฑ์มี 2 ห้อง และเพื่อนเอกอุตสาหกรรมศิลป์ เรารับน้องร่วมกัน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้ภาพความทรงจำแบบคิดถึงเมื่อไหร่ก็ต้องอมยิ้ม และทำให้เราจำเพื่อนบางคนได้ติดใจไปแสนนาน อย่างเช่น

ที่สี่เหลี่ยม

เราถูกทารุณกรรมด้วยการให้อมลูกอมเม็ดเดียวต่อๆ กันโดยการส่งต่อกันนั้นห้ามใช้มือ จะอะไรล่ะถ้าไม่ใช่ปากต่อปากใครพ่นลูกอมให้กูก็จำไม่ได้ จำได้แค่กูพ่นต่อให้ ไอ้บอลภมรพล ใครจะรับหรือจะพ่นลูกอมต่อจากใครไปนึกกันเอาเอง ที่รู้ๆ คือ ความที่เล่นเกมนี้ไม่เป็น กูเกือบเสียจูบแรกให้เพื่อนไปแล้ว ดีที่รุ่นพี่มาตะโกนแย้วๆ พ่นสิมึง อย่าเอาปากโดนกันนะ พ่นๆ อี๋ แค่คิดก็อี๋แล้ววววววว

เต๋า วิฑูรย์
การถูกซ่อมเมื่อมีเพื่อนคนใดคนหนึ่งทำตัวไม่เป็นที่น่าพอใจ
รุ่นน้อง: ผมชื่อวิฑูรย์ ชัยบุรานนท์…
รุ่นพี่: ไม่อ๊าวววว เบาไป เพื่อนมึงต้องโดนซ่อม ปั่นจิ้งหรีด 10 ครั้ง ปฏิบัติ(ใช้เสียงดังหูแทบแตก) แบบนี้เป็นต้น

คือไอ้เต๋าไม่ได้เสียงเบาหรอก แต่รุ่นพี่เสียงโคตรดังเสียงดังแล้วยังตะคอกระยะประชิดหน้าอีก โหววววว ปากเหม็นหรือเปล่าไม่รู้โชคดีไม่เคยโดน

เชื่อว่าคนหนึ่งที่ถูกจำได้จากการรับน้องคือ ผู้หญิงผิวขาวซีดเป็นหมวยญี่ปุ่น ที่กล้ากระหืดกระหอบมาเข้าแถวรับน้องสายกว่าเวลาที่รุ่นพี่นัด จะเกิดอะไรขึ้นล่ะ ก็โดนซ่อมกันทั้งหมดอะดิ มันมีเหตุผลที่มาสายด้วยนะ แต่จำไม่ได้ว่าอะไรรู้แต่ถูกช่อมกันหนักขึ้นไปอีก แล้วมันก็ถูกตั้งฉายาให้ว่า “อีเปรี้ยวตลาดแตก” สงสัยว่าเหตุผลการมาช้าของมันต้องเกี่ยวกับตลาดแน่ๆ

วันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่

พวกเราได้เพื่อนใหม่มาเพิ่มคือคนอื่นกูก็จำไม่ได้อะนะ แต่กูจำได้อยู่คนเดียวในวันนั้นเรานั่งกันเป็นกลุ่มเอกออกแบบผลิตภัณฑ์ สักพักก็มีผู้หญิงลักษณะที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะเรียนเอกเราได้ แค่รับน้องนางจะรอดหรือเปล่าเหอะ ผู้หญิงที่มีทรงมหึ รูปร่างไม่ผอมไม่อวบ หน้าตาจิ้มลิ้ม อ่อนต่อโลก และที่จำได้ติดใจคือ นางติกิ๊บสองข้างจ้า บ้องแบ๋วสุดๆ แล้วเดินเข้ามานั่งในกลุ่มเราอันเป็นเหตุให้พวกเราคิดว่าเธอไม่น่าจะรอดรับน้อง แต่หารู้ไม่…
ผู้หญิงทรงมหึ

ใครอีก เป็นที่จดจำในระหว่างรับน้องต้องสารภาพตามตรงว่า กูเองก็จำได้รางเลือนมากๆ ภาพจำคือสุดท้ายการรับน้องก็ไปจบที่ต่างจังหวัด เริ่มจากรุ่นพี่
พาเราไปที่เนินเขาอะไรสักอย่างและโทษแรกของที่นี่คือเรื่อง…

เมื่อวานใครกินเหล้ากับรุ่นพี่ออกมาเลยมึงงงง

หลายคนเดินออกจากแถวไปหารุ่นพี่แบบหน้าแหยๆ กูก็กินนะ แต่กูกินไวน์ ไม่ได้กินเหล้า เลยไม่ได้ออกไป 555 แล้วรุ่นพี่ก็แยกพวกเราออกเป็นกลุ่มๆ ซึ่งการทรมานทรกรรมก็คงจะคล้ายๆ กันทุกกลุ่มแหละ เพียงแต่มีกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มเด็กพิเศษ ที่เราเรียกกันว่า สเปเชี่ยล พวกมันเจออะไรจากรุ่นพี่กันบ้าง จำได้ใช่ไหมมีใครบ้างในกลุ่มสเปเชี่ยล ที่กูจำได้ก็มีไอ้เหลิมกับไอ้ยิ้มเนอะ ไปตามถามจากพวกมันเอาเองก็แล้วกัน
ไอ้ยิ้ม
จบจากกิจกรรมรับน้องพวกเราก็ใช้ชีวิตเรียนกันตามปกติ และคุยกันแบบไม่ต้องโดนรุ่นพี่ตะคอกระยะประชิดอีกแล้ว

แรกๆ ที่เรียน

เราแยกห้องเรียน 2 ห้อง จริงๆ ก็เป็นห้องที่สอบเข้าได้คือห้อง 1 กับห้องเด็กฝากคือห้อง 2 ปี 1-2 จะแยกกันเรียน ห้อง 1 มีใครกันบ้างคนที่เรารู้จักมันในฐานะหัวหน้าห้องใช่ป่าววะ คนที่พูดเก่งๆ อะถ้ายังนึกไม่ออกให้นึกถึงคำว่า ลื่น นั่นแหละไอ้ต่อ หรือไอ้ต่อ กิน-ขี้-จ้อก-ปอนด์ ผู้ชายอะไรวะพูดเก่งชิบ เอะอะแต่งเพลงๆ ส่วนไอ้ต้นก็เป็นผู้ชายนิ่งๆ ที่ยืนอยู่ข้างๆ ไอ้ต่อเสมอ
ไอ้ต้น และ ไอ้ต่อ

ถึงแม้เราจะแยกห้องกันเรียนแต่เราก็เจอกันตามที่นั่งหน้าห้องเรียนในชอร์ป หรือร้านคุณหนูผัดกะเพราผู้ดีข้างตึก 6 และบางวิชาเราก็เรียนด้วยกัน ภาพจากเพื่อนบางคนบอกว่าถ้าให้นึกถึงเพื่อนบางคนคงต้องนึกจากการ์ตูนโดเรมอน เพราะในห้อง 1 มีตัวละครเสมือนอยู่หลายตัว โนบิเป็ด ไจเหลิม ซูเนใหม่ ไจเปิ้ล (คิดถึงมัน(คนเล่าเขาว่างี้นะ))อ้าว แล้วใครเป็นโดเรมอนล่ะ มันไม่เล่าต่อด้วยนะ

อะๆ ไปนึกกันเอาเองใหม่มีอีกฉายาว่า แมคไกร์เวอร์เป็นฉายาที่ได้มาเพราะมันเอามือทุบตะปูแทนฆ้อน โอ้โหววว เท่สัส! ส่วนคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นสุภาพบุรุษนี่ยกให้บัตร ที่แม้แต่เดินยังต้องให้เพื่อนผู้หญิงเดินไปก่อนแล้วตัวเองตาม

ขึ้นชื่อว่าปากหมาต้องยกให้ ไอ้อาร์ต แอนด์ เดอะแก๊ง คือ ไอ้อาร์ต ไอ้ใหม่ ไอ้ปอ ไอ้โด่ง แก๊งนี้เขานั่งอยู่ตรงไหนฟาร์มหมาเปิดตรงนั้น เห่าคนโน้นทีคนนี้ทีส่วนไอ้ตี๋นี่กูข้องใจกับฉายามันมาก ตี๋หิด คือตอนนั้นมันมีให้ติดด้วยเหรอวะ เห็นอยู่แต่กับเพื่อนๆ เป็นตลกหน้าตาย หรือน่าตาย คือ มันเล่นมุกหรือมันพูดจริงบ่อยครั้งที่เพื่อนดูไม่ออกนะ ส่วนไอ้ยิ้มก็เป็นผู้โดดเด่นในวงเหล้าแล้วเราก็เดินวนเวียนกันอยู่ในชอร์ป 5 นั่นแหละ
มันจะมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งชอบนั่งๆ นอนๆ อยู่ตามซอกหลืบในชอร์ป กูพบเจอมันได้บ่อยๆ ช่วงพักเที่ยง เอ๊ะ! มันไม่กินข้าวกินปลาหรือไงวะ เราเรียกมันว่า ไอ้เมา ตามฉายาจนเกือบลืมชื่อจริงมันไปแล้ว ผู้หญิงห้องหนึ่งมีอยู่ไม่กี่คนก็ดันเป็นไม่กี่คนที่เรียนๆ แล้วก็ออกไป ตอนหลังเหลือแค่แอ็ดมั้ง

ผู้หญิงที่สวยที่สุดในห้องหนึ่ง

ผู้ที่มีคนบอกเธอเหมือนครูบ้านนอกที่ชอบสอนคนอื่นจริงหรือไม่ ให้ตอบในใจเท่านั้น
ผู้หญิงที่สวยที่สุดของห้อง 1

ส่วนเพื่อนห้อง 2 แม่ง อย่าให้กูพูดถึงเลย ไม่มีอะไรดีสุดๆ มีแต่ชั่วสุดขีดกับครึ่งๆ กลางๆ ไอ้แอ๊คก็เป็นพวกมหาโหดชอบแกล้ง ใครอย่าหลงไปเล่นกับมันเชียวนะ แม่งเล่นแรง โก้ปากเกร็ด มันก็มีมุมฮาของมันแต่ไอ้พวกนี้แม่งเหมือนผี มันจะมาแบบแว๊บไป แว๊บมา ไม่ว่าจะเป็นไอ้โก้ ไอ้กริช ไอ้ป็อก ฯลฯ ส่วนที่เห็นกันประจำแต่เรียนไปเล่นไปก็มี ไอ้พี่ใหญ่ ไอ้อาร์ตเหน่อ เจ้าเสน่ห์เหลือเกิ๊นนนนน แล้วก็ ไอ้ป็อบ ที่ในความเฮียก็ยังมีความตั้งใจเรียนอยู่นะ ไอ้ฉัตรที่จัดว่าเอาการเอางานกว่าเพื่อนฝูง ไอ้เอ กระเทยแต่งสาวหน้าสวยอย่าบอกใครแล้วถ้าห้องหนึ่งมีรุ่นใหญ่ขาร็อคแบบ น้าเหมา ห้องเราก็มีรุ่นใหญ่ขาพลั้ง(พลาด) คือไม่รู้ไปพลาดมาจากไหนถึงได้มาเรียนเอาป่านนี้ แบบพี่วิน และคู่ซี้ตัวติดกันคือบอล ภมรพล มันก็ตั้งใจเรียน เรียนเสร็จก็กลับบ้านพอๆ กับไอ้เล็ก ผู้ชายหน้ายาวยิ้มเห็นเหงือก ที่แม่งเหมือนมาเรียนแค่เอาวุฒิจริงๆ และ ไอ้กุ้ง ผู้หญิงตาแป๋วตัวเล็กที่ชวนไปไหนยากเหลือเกินแล้วยังมี

ไอ้วัน ผู้ชายติดเกมแบบเว่อร์ๆ ในเวลานั้นถ้าไม่รู้จักนี่กูนึกว่ามันจะไปแข่งเกมชิงแชมป์โลกจริงๆ

ไอ้วัน
เพื่อนๆ เรายังมีอีกหลายคนทั้ง ห้อง 1 ห้อง 2 กูเล่าเท่าที่กูนึกได้ละกัน…

ในช่วงเวลาเหล่านั้นเราทำอะไรกันบ้าง

ได้ข่าวว่าต้นกับวัชรแชร์กันเช่าห้องอยู่จนหอนั่นกลายเป็นทั้งที่ตั้งวงเหล้า และที่ฝากท้องของเพื่อนๆ ยามหิว เพราะได้ วัชร เป็นพ่อครัวฝีมือเริ่ด ก็เป็นยุคที่กินข้าวหม้อเดียวกันมีอะไรก็แบ่งเพื่อนกินใช่มะ แล้วก็มีร้านนั่งกินเหล้าประจำที่ซุปเปอร์มาเก็ตตรงข้ามวิทยาลัยชื่อ ร้านกานดา แม่งนั่งนาน นั่งบ่อยจนเขาจำหน้าพวกมึงได้ขึ้นใจแน่ๆ

เหตุการณ์ที่โดดเด่นในความทรงจำสำหรับกูอะไรมันไม่มีเหตุการณ์โดดเด่นมันมีหลายเหตุการณ์รวมๆ กันในความทรงจำเป็นสิ่งละอันพันละน้อยซึ่งมีส่วนทำให้เราเป็นเราในทุกวันนี้ จนพวกเราเรียนจบ สี่ปีบ้าง ห้าปีบ้าง หกปีบ้างอย่าตกใจพวกที่เรียนนานนี่ก็พวกคุณภาพดีก่อนจะจบพวกเราต้องทำงานใหญ่ 1 ชิ้น เรียกว่า
ทีสิสเป็นการคิดผลิตภัณฑ์มาเดเวอร์ร็อบให้แปลกใหม่และใช้ได้จริง ทีสีสในความทรงจำคือ ตู้เหล็กตีนเป็ดของไอ้ต่อแม่งกลัวจะล้มลงมาทับใครฉิบหายเลย 555